ตำแหน่งอยู่ไม่นาน ส่วนตำนานก็อยู่ไม่ไหว 2สตาร์เปแอสเชเจอแฟนบอลโห่หนัก

กุนซือ เมาริซิโอ โปเชตติโน ของ เปเอสเช เผยบรรยากาศในทีม และความรู้สึกเจ็บปวด หลังโดนแฟนบอลทีมเดียวกันโห่ใส่ในศึกลีกเอิง จากความล้มเหลวในศึก ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก เหตุการณ์โห่จากแฟนบอล ปารีส แซงแชร์แมง ใส่ทั้ง ลีโอเนล เมสซี่ และ เนย์มาร์ ในเกมที่พวกเขาเปิดบ้านอัดบอร์กโดซ์ ไป 3-0  โดยที่เหล่าสาวก เปแอสเช ในสนาม ปาร์ก เดอ แปรงซ์ พร้อมใจกันตะโกนโห่ และผิวปากในช่วงที่มีการขานชื่อของ เมสซี่ และ เนย์มาร์ ก่อนการแข่งขัน ซึ่งระหว่างเกม 2 อดีตดาวเตะบาร์เซโลน่า ก็ยังคงถูกโห่ใส่เป็นพัก ๆ ไม่เว้นแต่ เนย์มาร์ ที่สามารถยิงประตูได้แต่ก็ไม่วายถูกแฟนบอลของทีมตัวเองโห่อยู่ดีถือเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมากกับ สองยอดนักเตะแห่งยุคนี้ จริงอยู่ว่า การตกรอบแชมเปี้ยนลีกด้วยเงื้อมมือของทีม รีล มาดริด ทั้ง ๆ ที่ออกนำไปก่อน จะกลายเป็นเรื่องให้แฟนบอลของเปเอสแช ไม่พอใจอย่างมาก แต่การพุ่งเป้าโห่ใส่ แค่ดาวเตะสตาร์ของทีม ทั้งสองโดยเฉพาะ มันเหมือนเป็นการจุดประเด็นไปที่ฟอร์มส่วนตัวมากกว่าจะเป็นฟอร์มโดยรวมของทีมหากใครได้ดูเกมของเปเอสแชมา สักพักใหญ่ ๆ ทั้งคู่โดนโห่ตั้งแต่ประกาศชื่อก่อนเริ่มเกม เนื่องจากแฟนบอลผิดหวังผลงานของทั้งคู่ และ เพิ่งตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พอช กล่าวว่า

“ทุกคนที่รักเปแอสเชเสียใจหลังจากผิดหวังกับมาดริด ผมเสียใจกับสิ่งที่ผมเจอในวันนี้ เราทุกคนได้รับผลกระทบ เราเข้าใจถึงความผิดหวังและความไม่พอใจ เราเป็นทีมเดียวกัน มีหน้าที่รับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นและผิดหวังเหมือนกับทุกคน”

ทั้งนี้ แฟนบอลเปแอสเช เริ่มแสดงความไม่พอใจผลงานของทีมมากขึ้น หลังจากฤดูกาลนี้เหลือโอกาสลุ้นแชมป์ลีกเอิง ฝรั่งเศส เพียงรายการเดียว ส่วนถ้วยอื่นหมดลุ้นแล้ว ล่าสุดเพิ่งตกรอบ 16 ทีม ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่เป็นความหวังสูงสุด หลังจากโดน เรอัล มาดริด แซงชนะ 3-1 ปาดหน้าเข้ารอบ 8 ทีม ด้วยสกอร์รวม 3-2 จนมีกระแสกดดันให้ นาสเซอร์ อัล เคไลฟี ประธานสโมสรชาวกาตาร์, เลโอนาร์โด ผู้อำนวยการกีฬา ให้ เมาริซิโอ โปเชตติโน ลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม

ล่าสุด เมาริซิโอ โปเชตติโน ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการถูกแฟนบอลทีมเดียวกันโห่ใส่และความผิดหวังจากศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ว่า ” ไม่มีใครที่รัก เปแอสเช ที่จะไม่หงุดหงิดกับการตกรอบ และ รู้สึกไปในทิศทางอื่น ผมคิดว่าความโศกเศร้าคือคำที่อธิบายความรู้สึกของพวกเราในตอนนี้ได้ดีที่สุด และมันยิ่งเป็นความเศร้าเมื่อต้องเจอกับบรรยากาศที่ ปาร์ก เดส์ แปรงซ์ ในเกมนี้

ไม่ใช่แค่ เมสซี และ เนย์มาร์ เท่านั้น แต่เราทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งหมด เราเข้าใจถึงความผิดหวังและความคับข้องใจที่เราต้องแบ่งปันร่วมกัน แต่เรามีความรับผิดชอบ เราต้องผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกันในฐานะทีมเดียวกัน และเราจะรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันจนกว่าจะจบการแข่งขัน 

หลังการเข้ามาของ เมาริซิโอ พอเช็ตติโน่ น่าจะพอเห็นเค้าลางปัญหาไม่มากก็น้อย เพราะว่ากันตามตรงปัญหาใหญ่ของซุปเปอร์ทีมเงินถัง ทีมปารีสตอนนี้ที่มีสตาร์ดังชนกันล้นทีม มันอยู่ที่แดนกลางที่เป็นหลุมดำของทีม และก็มองว่าเรื่องนี้มันมากระทบชิ่งโดยตรงกับทั้งตัว เมสซี่ และ เนย์มาร์ อีกด้วย

ซึ่งแตกต่างกับในวันที่บาเซโลน่ายุคต่างดาว แดนกลางของพวกเขามีทั้ง ชาบี้ อิเนียสต้า และ เซอรกิโอ บุสเกตต์ คอยขับเคลื่อนทีมให้กับสามประสานแดนหน้าอย่าง MSN กุนซือของทีมยุคต่างดาวคือ หลุยส์ เอนริเก้ ที่เข้าใจสไตล์การเล่นของทั้ง เมสซี่ และ เนมาร์ ได้เป็นอย่างดี ระบบการสร้างทีมของบาซ่า ถูกตั้งต้นมาจาก ลามาเซีย

แต่กลับกันที่ ปารีส แซงแชร์แมงกอย่าง ถูกปะติดปะต่อด้วยการซื้อตัวตามใจบอร์ดบริหาร และ เน้นไปที่ชื่อเสียงของนักเตะมากกว่าแผนที่ใช้ในสนาม จึงทำให้ต่างคนต่างเล่น และไม่เป็นระบบทีม จริงอยู่ว่าการตกรอบล่าสุด ทั้งสองสตาร์ดัง อาจจะเล่นได้ไม่ดีนัก แต่ต้องอย่าลืมว่า เค้าลางของเปเอสแช เป็นแบบนี้มาตั้งแต่วันที่ พอช เข้ามารับงานแล้ว

เพราะขนาดเมสซี่ ที่กำลังฮอตกับทีมชาติ ช่วงที่แข่งถ้วยโคปา พอมาเล่นในทีมของพอช เขากลับต้องลงมาล้วงบอลลึก เพื่อช่วยแดนกลางแทบทุกเกม จนทำให้เขายิงได้เพียง 2 ประตูในลีค (แต่มี 11 แอสซิสต์) และทั้งหมดนี้เมื่อรวมกับ โลกลูกหนังในปัจจุบันที่แฟนบอลทีมใหญ่ ๆ ถูกสปอย จนเคยชินกับความสำเร็จ จนไม่ได้มองทั้งเรื่องแทคติค หรือ วิธีการเล่นในสนาม การถูกโห่ไล่กับนักเตะระดับตำนานที่เกิดขึ้นในเกมเมื่อวานนี้ จึงการันตีได้ว่า “ตำแหน่งอยู่ไม่นาน ส่วนตำนานก็อยู่ไม่ได้เช่นกันในบอลยุคนี้”  ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ BETHENG99 สนใจแทงบอลออนไลน์ได้ที่ THB999 ติมตามข่าว ตำแหน่งอยู่ไม่นาน ส่วนตำนานก็อยู่ไม่ไหว 

error: