ทำไมลิเวอร์พูลถึงสุดยอดในยุค เจอร์เก้น คล็อปป์

ลิเวอร์พูล

ปรัชญาการทำทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์

เจอร์เก้น คล็อปป์ มีปรัชญาการทำทีมในแบบของตัวเอง และนั่นคือการทำให้คนอื่นรู้สึกสบายในการทำงาน เขาอยากให้คนอื่นรู้สึกอิสระ อิสระจากแรงกระตุ้นจากภายนอก มันคือกุญแจในการบริหารทีมของเขา ถ้าคุณทำตัวเหมือนเป็นสิ่งของ คนจะชอบคุณตอนช่วงขาขึ้นเท่านั้นแหละ นั่นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีเลย

ผมเลยต้องคอยบอกพวกเขาว่าอย่าไปสนใจเสียงวิจารณ์จากภายนอก คำวิพากษ์วิจารณ์สำคัญนะ แต่มันก็มีแนวโน้มที่จะไปในด้านลบมากหรือบวกมากไปเลย คุณทำประตูได้ 3 ลูก จากนั้นทุกคนก็จะบอกคุณว่า ยอดเยี่ยม รู้สึกยังไงบ้าง? ไม่มีใครสนใจคนที่ส่งบอลก่อนหน้านั้นหรอก ในฐานะผู้จัดการทีมคุณรู้อยู่แล้วว่านักเตะแทบไม่มีทางทำได้ 3 ลูกในเกมหน้าหรอก นั่นแหละเป็นเหตุผลว่าทำไมการช่วยให้พวกเขาเป็นคนพึ่งพาตัวเองได้ มั่นใจในตัวเอง จึงเป็นส่วนสำคัญมาก ๆ ในการทำงานกับพวกเขาในทุก ๆ วัน

แผนการเล่นที่เจอร์เก้นคล็อปป์มาเปลี่ยนให้ลิเวอร์พูล

การทำทีมของ คล็อปป์ แฝงไปด้วยเกมรุกที่จัดจ้าน การเข้าบอลโดยเน้นเพรสซิ่งที่รวดเร็วจนกดดันไม่ให้คู่แข่งสามารถทำเกมได้ คล็อปป์ เปรียบเปรยสไตล์ฟุตบอลของเขาว่าเป็น “เฮฟวี่ เมทัล ฟุตบอล” เพราะมันดูดุดันและก้าวร้าวเหมือนดนตรีเฮฟวี่ เมทัล แต่เหนือจากแท็คติกใด ๆ

สิ่งที่เขาต้องการจากนักเตะมากที่สุดคือเรื่องของสปิริตและหัวจิตหัวใจที่แข็งแรงในการเล่นฟุตบอล และการสร้างความสัมพันธ์ในห้องแต่งตัวที่ดี ทั้งหมดนี้มาจากแพสชั่นที่เขามีให้กับทีม คล็อปป์ ใช้เวลาไม่นานก็ผสานรอยร้าวทั้งหมด จนทำให้ทีมหงส์แดงกลับมาบินสูงกลายเป็นยอดทีมได้อีกครั้ง

ถ้าคุณสังเกตการเล่นของลิเวอร์พูลในยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ จะเห็นว่า นักเตะฟิตมาก ทุกคนที่ลงสนาม 11 ตัวจริง จะวิ่งไม่มีหมด ตราบใดที่เสียงนกหวีดหมดเวลาไม่ดัง ซึ่งแผนการเล่นที่ลิเวอร์พูลเล่นมาตลิดคือ 4-3-3 ในช่วงฤดูกาลแรก ผลงานอาจจะยังไม่ดีเท่าที่ควร เพราะ นักเตะที่มี บวกกับสไตร์การเล่นยังไม่เข้าระบบ แต่ในปีถัดมา เริ่มมีการปล่อยนักเตะเก่าออกไป และเสริมนักเตะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เชื่อมั่นเข้ามา ทำให้ ทีมดีขึ้นและน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ ลองมาดูในแต่ละตำแหน่ง ว่าเล่นอย่างไร ในตอนนี้

การเล่นในแต่ละตำแหน่งของนักเตะลิเวอร์พูล

ผู้รักษาประตู ในตำแหน่งนี้เป็นจุดอ่อนมาหลายปี ก่อนที่จะได้ อลิซง เบ็คเกอร์ มา เพราะคนเก่าการเล่นไม่สม่ำเสมอ มีออกลูกพลาดง่ายๆ ในหลายครั้ง ซึ่ง ณ ตอนนี้ลงตัวมาก ถ้าไม่เจ็บ ไม่ตาย อลิซง เบ็คเกอร์ได้ลงสนามแน่นอน

กองหลัง ช่วงต้นที่คล็อปป์ เข้ามาทำทีม พยายามปรับ หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เหนียวซึ่งจะเห็นได้จากจำนวนประตูที่เสียในแต่ละ ฤดูกาลช่วงต้นๆ นั้นเยอะมาก แต่การที่ได้ ฟาน ไดจ์ เข้ามา ทำให้มีคนที่สามารถคุมเกมรับได้ เขาจะยืนเป็นคนสุดท้ายและคอยสั่งการตลอด และในลูกโด่งก็สามารถเคลียร์ได้เกือบหมดเพราะรูปร่างที่สูงใหญ่ ส่วนคู่หูในเกมรับนั้น ส่วนตัวคิดว่าเหมาะกับ โกเมซ มากที่สุด เพราะมีความเร็ว แข็งแกร่ง สามารถช่วยจัดการกับกองหน้าความเร็วสูงได้ เลยทำให้คู่นี้ค่อนข้างลงตัวและ ไม่เสียประตูเยอะเหมือนเมื่อก่อน สำหรับแบ็คทั้งซ้าย ขวา เป็นหัวใจของแผนการเล่นทีมลิเวอร์พูล และต้องมีความฟิตสูงมาก มีการเปิดบอลและเติมเกมรุกที่ดีมาก

กองกลาง สามคนที่เจอร์เก้น คล็อปป์ใช้คือ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม และ ฟาบินโญ่ เป็นกองกลางที่จะคุมจังหวะเกม และมีการเติมขึ้นไปทำประตูได้ โดยมีตัวสำรองที่ดีอย่าง อเล็ก อ้อคเล๊ต แชมเบอร์เลน, เจมส์ มิลเนอร์, นาบี เกอิต้า, ดีเอโก้ อันคาตารา รวมถึงดาวรุ่งที่ดันขึ้นชุดใหญ่อีกหลายคน

กองหน้า สามประสานที่ไม่เจ็บ ไม่ตายก็ต้องเอาลงคือ มาเน่ ฟีร์มีโน่และซาล่าห์ เล่นได้น่ากลัวมาก โดยให้มาเน่ยืนหน้าซ้าย มีความสามารถเฉพาะตัวดีมาก มีความเร็ว ถนัดทั้งซ้ายขวา ทำให้มุมในการยิงเปิดกว้าง ฟีร์มีโน่ จะเป็นหน้าเป้า แต่จะคอยเป็นตัวหลอก หรือเป็นคนเชื่อมเกมในแนวรุกมากกว่า ส่วนซาล่าห์มีความเร็ว ถนัดเท้าซ้ายแต่ยืนทางขวา ทำให้มีมุมในการยิงประตูที่เปิดกว้างเช่นกัน และมีตัวสำรองที่ดีอย่าง ดีโอโก้ โชต้า, หลุยซ์ ดิอาซ และ โอริกี้

จะเห็นได้ว่าตอนนี้ ลิเวอร์พูลมีทีมที่ลงตัวมาก ๆ แต่ยังมีจุดอ่อนที่ยังต้องแก้อยู่ ซึ่งจุดนั้นก็คือ ขนาดทีม ตัวสำรองที่บางครั้งไม่สามารถแทนผู้เล่น 11 ตัวจริงได้หมด ซึ่งก็เป็นการบ้านที่เจอร์เก้น คล็อปป์ต้องทำงานหนักต่อไป ตราบใดที่ยังคุมทีมลิเวอร์พูลอยู่ เชื่อว่ากองเชียร์หงส์แดงคงได้มีความสุขกันยาว ๆ เพราะปีนี้ได้ลุ้นแชมป์ 4 รายการ ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ BETHENG99 สนใจแทงบอลสดออนไลน์ได้ที่ THB999 ติดตามข่าว ลิเวอร์พูลถึงสุดยอดในยุค เจอร์เก้น คล็อปป์

error: